รถยางระเบิด เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง สาเหตุที่ทำให้เกิดยางระเบิด “ควรรอบรู้เรื่องยาง”

ยางระเบิดสาเหตุใด ยางรถยนต์ เกิดการระเบิดขึ้น ในขณะที่กำลังขับรถอยู่ ไม่ว่าเป็นยางล้อหน้า หรือล้อหลังระเบิดก็ตาม สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกนั่นก็คือ ตั้งสติ และควบคุมสติให้ดี มือทั้งสองข้างต้องจับพวงมาลัยให้แน่น ค่อยๆ ถอนคันเร่งออก และพยายามประคองพวงมาลัยให้รถอยู่บนเส้นทาง จากนั้นมองกระจกหลัง และกระจกมองข้างว่ามีรถมากน้อยแค่ไหน แตะเบรกอย่างเบาๆ และแตะเบรกให้ถี่ที่สุด
แต่สิ่งที่ห้ามทำในขณะที่ ยางระเบิด อยู่นั่น คือ ห้ามกระทืบเบรกแรงๆ ทันทีเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้รถของคุณหมุนได้, ห้ามเหยียบคลัตช์ เพราะถ้าเหยียบคลัตช์รถจะไม่เกาะถนน ทำให้รถเกิดการลอยตัว และบังคับรถยากอีกต่างหาก และห้ามดึงเบรกมือเด็ดขาด

แล้วคุณรู้หรือไม่ว่า สาเหตุที่ทำให้ ยางระเบิด นั่นเกิดจากสาเหตุอะไรไปดูกันว่ามีสาเหตุอะไรบ้าง

1. ยางรถยนต์ ที่ใช้อยู่ในสภาพที่เก่าเก็บ และหมดอายุการใช้อายุ ซึ่งแก้มยางมีรอยแตกลายงา บวม ฉีกขาด ดอกยางหมดสภาพ เป็นต้น
2. ขับรถเร็วเกินพิกัดยางที่ได้กำหนดไว้
3. บรรทุกของจนน้ำหนักเกินค่าที่กำหนดไว้
4. เติมลมยางไม่ถูกต้องตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ เติมลมยางอ่อนเกินไป หรือเติมลมยางมากเกินไป
5. เปลี่ยน ยางรถยนต์ ใหม่ แต่ใช้จุ๊ยยางอันเดิม
6. แก้มยางเกิดการเสียดสีกับขอบถนนบ่อยครั้ง
7. เลือก ยางรถยนต์ ไม่ถูกขนาด
8. ยางรถยนต์ ร้อนจัด เนื่องจากเบรกติดขัด กรณีนี้อาจทำให้เกิดไฟไหม้รถได้

ควรรอบรู้เรื่องยาง
ยาง เป็นชิ้นส่วนเดียวที่สัมผัสกับถนน ทำหน้าที่ถ่ายทอดกำลังขับเคลื่อนสู่พื้นผิว รวมถึงแบกรับภาระน้ำหนักของรถทั้งหมด โดยเฉพาะรถ 4×4 ต้องวิ่งบนสภาพเส้นทางหลากรูปแบบ แบกรับภาระทุกอย่าง ยางประเภทไหนจะเหมาะสม เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตล้ำหน้าเพียงใด สัญลักษณ์ที่ติดบนแก้มยางบอกอะไร การดูแลรักษาต้องทำอย่างไร และทริคในการใช้งานมีอะไรบ้างนั้น 4 WHEELS…จัดให้ยางแต่ละประเภท ออกแบบให้มีคุณสมบัติเพื่อการใช้งานที่ต่างกันออกไป สำหรับยางที่ใช้กับรถพิคอัพ และเอสยูวี แบ่งได้ถึง 4 ประเภทดังนี้

HIGHWAY TERRAIN (HT) ยางประเภทนี้นิยมใช้กันหลากหลาย จะติดตั้งมากับรถพิคอัพที่ออกจากโรงงานผู้ผลิต เพราะเด่นเรื่องของสมรรถนะบนถนนหลวง ทั้งเรื่องการยึดเกาะ รีดน้ำ แถมยังนุ่มเงียบกว่ายางสำหรับรถ 4×4 ทุกประเภทโครงสร้างของยางไม่ซับซ้อนไปกว่ายางเรเดียลสักเท่าไร จึงทำความเร็วได้สูง แต่ไม่เหมาะกับการบรรทุกหนัก และเอาไปลุยหรือปีนป่ายเนินชัน เนื่องจากการออกแบบดอกยางที่เรียบ รวมถึงแก้มยางที่บอบบาง มักมีปัญหากับกิ่งไม้
ALL TERRAIN (AT) เด่นที่ดอกยาง หนา โต ใส่แล้วเสริมหล่อให้กับรถคันรักได้อย่างดี จึงเป็นที่นิยมในกลุ่มของผู้ใช้รถ 4×4 เพราะโครงสร้างของยางชนิดนี้แข็งแรงกว่าแบบแรก บนถนนหลวงก็ยังให้การยึดเกาะที่ดีและเสียงรบกวนก็ไม่ดังมากนัก สมรรถนะในการลุยเส้นทางทุรกันดาร ทำได้ดีพอสมควร แต่ก็ไม่ถึงขั้นของการลุยหนัก ส่งผลให้มียางให้เลือกมากรุ่น แต่ก็มีความแตกต่างกันในแต่ละรุ่น เช่น หน้ายาง ดอกยาง จำนวนชั้นผ้าใบ และใยเหล็กไม่เท่ากัน ทำให้ยางชนิดนี้ หนักกว่ายางแบบ HIGHWAY TERRAIN รวมถึงความนุ่ม เงียบ และสมรรถนะในการใช้ความเร็วก็จะลดลงเช่นกัน
MUD TERRAIN (MT) สำหรับขาลุยหนักคงถูกใจ เพราะทำให้รถ 4×4 ที่ใช้ดูดุดันขึ้น รูปแบบของดอกยางที่เป็นบั้งลึก มีโครงสร้างที่แข็งแกร่ง เนื้อยางยังมีมากกว่ายางลุย 2 ชนิดแรก ทำให้เรื่องของการตะกุย รวมถึงการปีนป่ายในสภาพเส้นทางโหด เป็นหน้าที่หลักของยางชนิดนี้ การใช้งานบนถนนหลวงไม่ต้องพูดถึง เพราะเสียงค่อนข้างดัง เนื่องจากดอกยางมีขนาดใหญ่ การบิดตัวของโครงสร้างจึงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดเสียงรบกวนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่วนเรื่องการยึดเกาะก็ยังเป็นรอง 2 รุ่นก่อนหน้า เพราะหน้ายางที่สัมผัสพื้นผิวค่อนข้างน้อย แถมยังทำให้ดอกยางสึกหรอเร็วกว่าการใช้งานบนสภาพเส้นทางที่ทุรกันดารอีกด้วย

ยางสำหรับรถพิคอัพเพื่อการบรรทุก นิยมใช้ในกลุ่มรถพิคอัพเพื่อการพาณิชย์ เพราะได้รับการออกแบบเพื่อใช้ในการขนส่งโดยเฉพาะ โครงสร้างยางออกแบบพิเศษให้ความแข็งแรง คงทน แก้มยางมีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะได้เป็นอย่างดี แม้ขณะบรรทุกเต็มพิกัด รวมถึงมีความสึกหรอน้อยกว่าเมื่อเทียบกับยางขนาดเดียวกันทั่วไป แต่ผลิตสำหรับล้อขนาด 14-15 นิ้ว เท่านั้น

TYRES DIRECTORY
คู่มือตรวจสอบข้อมูลยาง แบรนด์ต่างๆ
หลังจากที่ทำความรู้จักลักษณะยาง ของรถ 4×4 กันไปแล้ว ถ้าคิดจะซื้อยางสักชุด คงปวดหัวไม่ใช่น้อย ! และเพื่อให้การตัดสินใจทำได้ง่ายขึ้น 4 WHEELS จึงรวบรวมยางรถยนต์เกือบทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ในตลาดเมืองไทย โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ H/T, A/T, M/T และยางเพื่อการบรรทุก

ยางหล่อดอก
ยางหล่อดอก คือ ยางที่ผ่านการใช้งานจนหน้ายางสึกหมด แล้วนำไปหล่อส่วนหน้ายาง และดอกยางใหม่ โดยผ่านกรรมวิธีการหล่อและอบด้วยความร้อน เพื่อให้ยางเก่าและยางใหม่ ผสานเป็นเนื้อเดียวกัน และ วิธีการหล่อเย็น โดยใช้เครื่องขูดยางเพื่อเจียนผิวหน้ายางให้เรียบเสมอกัน ด้วยระบบน้ำหล่อเย็น แล้วจึงนำมาซ่อมแซมส่วนที่ชำรุด ซึ่งจะจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่งแต่การยึดติดของเนื้อยางส่วนที่หล่อใหม่ กับเนื้อยางเดิมนั้นไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้เกิดการหลุดล่อนของส่วนหน้ายางได้เมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง ส่วนของโครงสร้างยางที่ผ่านการใช้งานมาแล้วจะไม่แข็งแรง ทำให้เกิดการระเบิดได้ง่ายเมื่อรับน้ำหนักบรรทุกแบบเต็มพิกัด ดังนั้นยางหล่อดอกจึงไม่ปลอดภัยที่จะนำมาวิ่งบนถนนหลวง และผู้ใช้รถใช้ถนนควรหลีกเลี่ยง และไม่อยู่ใกล้กับรถที่ใช้ยางประเภทนี้

หากจัดจำหน่ายโดยโรงงานที่มีมาตรฐาน อย่างน้อยก็ยังได้ตรวจสอบคุณภาพก่อนที่จะมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภค แต่ความปลอดภัยก็ยังสู้ยางใหม่ไม่ได้อยู่ดี

สัญลักษณ์ต่างๆ บนยางรถยนต์

สัญลักษณ์ต่างๆ ที่จารึกไว้ด้านข้าง หรือที่แก้มยาง ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร หรือตัวเลข มีข้อมูลที่น่าสนใจหลายอย่าง และเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ผู้ผลิตยางต้องระบุให้ชัดเจนตัวอักษร หรือตัวเลข ที่ระบุนั้น มีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร รายละเอียดต่างๆ มีดังต่อไปนี้

1. ชื่อผู้ผลิตยาง

2. เส้นผ่าศูนย์กลาง มีหน่วยเป็นนิ้ว (บางรุ่น บางยี่ห้อ จะใช้หน่วยเป็นมิลลิเมตร)

3. ความกว้างของยาง มีหน่วยเป็นนิ้ว (บางรุ่น บางยี่ห้อ เรียกเป็นซีรีส์ จะใช้หน่วยเป็นมิลลิเมตร)

4. โครงสร้างยางเป็นแบบเรเดียล (R)

5. เส้นผ่าศูนย์กลางของกระทะล้อ มีหน่วยเป็นนิ้ว

6. ตัวย่อของคำว่า “LIGHT TRUCK” หมายถึง เป็นยางที่ใช้กับรถพิคอัพ หรือรถ 4×4

7. ดัชนีการรับน้ำหนัก คือ ตัวเลขที่ใช้แทนค่าความสามารถในการรับน้ำหนักสูงสุดของยาง 1 เส้น วัดตามหน่วยเป็นกิโลกรัม ตามแรงดันลมยางมาตรฐาน ซึ่งสามารถเปรียบเทียบการรับน้ำหนักของยางแต่ละเส้น


Fatal error: Uncaught Error: Call to undefined function is_product_category() in /home/cp315451/public_html/xn--82c8bhd3beu0b3ab5j.com/wp-content/plugins/woocommerce-google-dynamic-retargeting-tag/wgdr.php:556 Stack trace: #0 /home/cp315451/public_html/xn--82c8bhd3beu0b3ab5j.com/wp-includes/class-wp-hook.php(287): WGDR->google_dynamic_retargeting_code('') #1 /home/cp315451/public_html/xn--82c8bhd3beu0b3ab5j.com/wp-includes/class-wp-hook.php(311): WP_Hook->apply_filters(NULL, Array) #2 /home/cp315451/public_html/xn--82c8bhd3beu0b3ab5j.com/wp-includes/plugin.php(478): WP_Hook->do_action(Array) #3 /home/cp315451/public_html/xn--82c8bhd3beu0b3ab5j.com/wp-includes/general-template.php(2900): do_action('wp_footer') #4 /home/cp315451/public_html/xn--82c8bhd3beu0b3ab5j.com/wp-content/plugins/elementor-pro/modules/theme-builder/views/theme-support-footer.php(11): wp_footer() #5 /home/cp315451/public_html/xn--82c8bhd3beu0b3ab5j.com/wp-content/plugins/elementor-pro/modules/theme-builder/classes/theme-support.php(90): require('/home/ in /home/cp315451/public_html/xn--82c8bhd3beu0b3ab5j.com/wp-content/plugins/woocommerce-google-dynamic-retargeting-tag/wgdr.php on line 556